อัลบั้มภาพ "ผ้าตาสมุก ผ้าพื้นถิ่นประจำจังหวัด"

หน้าแรก > อัลบั้มภาพสินค้าชุมชน > ผ้าตาสมุก ผ้าพื้นถิ่นประจำจังหวัด ( ประกาศเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2566 )







 
บ้านเพ ชุมชนย่านการค้าและชุมชนชาวประมงบริเวณชายฝั่งทะเล ที่เรียกว่า “ตลาดสดบ้านเพ” มีท่าเทียบเรือและแพปลาที่เป็นแหล่งจำหน่ายของฝากประเภทสินค้าทะเลสดและสินค้าทะเลแปรรูป ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมายาวนาน นอกจากนี้ยังมีผ้าทอตาสมุกที่เป็นผ้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นของชุมชนแห่งนี้ ศูนย์เรียนรู้การทอผ้าตาสมุก จังหวัดระยอง ได้จัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพการทอผ้าตาสมุก ผ้าพื้นถิ่นประจำจังหวัด เพื่อส่งเสริมอาชีพและรื้อฟื้นการทอผ้าตาสมุก และยังส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดระยอง ได้มีอาชีพ มีชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืนจึงเกิดศูนย์เรียนรู้การทอผ้าตาสมุกขึ้นมา นายจิรพันธุ์ สัมภาวะผล : ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลบ้านเพ ศิลปินผู้ฟื้นฟูการทอผ้าตากะหมุก (ตาสมุก) ผู้ริ่เริ่มการทำผ้าทอตาสมุกที่เป็นผ้าพื้นเมืองของจังหวัดระยอง ผ้าทอตาสมุก เป็นผ้าที่ทอด้วยด้าย 2 สีสลับกัน โดยแบ่งเป็นช่องเล็ก ๆ ทอขัดกัน ได้ลวดลายผ้าคล้ายกับลายจักสานไม้ไผ่ เป็นผ้าที่นิยมใช้กันมากในสมัยโบราณ มีทั้งที่ทอด้วยเส้นฝ้ายและเส้นไหม สีพื้นฐานที่นิยมใช้ เป็นด้ายขาวสลับกับด้ายดำย้อมมะเกลือ ได้ผ้าตาสมุกสีเทาตะกั่ว สวยเรียบร้อย ตลาดบ้านเพ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ตลาดเทศบาลบ้านเพ ตั้งอยู่ที่ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นตลาดในร่ม มีอาคารกว้างใหญ่และมีที่จอดรถกว้างขวาง ที่นี่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเลทั้งของแห้งและของสด อาทิ หมึกแห้ง หมึกแผ่น ปลากรอบ ปลาหวาน กุ้งแห้ง กะปิ ทุเรียนทอด รวมไปถึงเครื่องประดับตกแต่งบ้านจากเปลือกหอยอย่างมู่ลี่ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากจะเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งท่าเทียบเรือประมงและสะพานปลาที่สำคัญ รวมถึงยังเป็นศูนย์กลางเรือโดยสารที่จะข้ามไปเที่ยวยังเกาะต่าง ๆ โดยเฉพาะเกาะเสม็ดอีกด้วย ด้านเศรษฐกิจ: ตลาดบ้านเพเป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลบ้านเพและชาวบ้านในพื้นที่ โดยผ่านนโยบายแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่เทศบาลบ้านเพดำเนินการ ทั้งการส่งเสริมให้ตลาดบ้านเพให้เป็นแหล่งเศรษฐกิจของชุมชนที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ด้านวัฒนธรรม: ผ้าทอตาสมุก จิรพันธุ์ สัมภาวะผล ผู้ประพันธ์หนังสือหนังสือบ้านเพที่ไม่ทันได้เห็น ซึ่งเป็นผู้คนในชุมชนบ้านเพ ได้ค้นคว้าข้อมูลจากจดหมายเหตุระยะทางเมืองจันทบุรี ที่ในหลวงท่านได้เสด็จภาคตะวันออกเมื่อปี พ.ศ. 2419 "โดยในครั้งนั้น เจ้าเมืองระยอง พระศรีสมุทรโภคชัยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) ได้ถวายผ้าที่มีชื่อว่า ‘ผ้าตาสมุก’ แก่ในหลวงท่าน โดยในจดหมายเหตุฉบับเดียวกันอีกบทหนึ่ง พระองค์ท่านยังตรัสด้วยว่าผ้าตาสมุกเป็นผ้าที่ได้รับความนิยมในจังหวัดระยอง ทั้งยังมีคุณภาพดีอีกด้วย" จึงทำให้พบว่าผ้าทอตาสมุกเป็นผ้าพื้นเมืองของชุมชนบ้านเพ ซึ่งในปัจจุบันไม่มีหลงเหลือแล้ว จิรพันธุ์จึงพยายามที่จะรื้อฟื้นวิธีการทอผ้าตาสมุกขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นผลสำเร็จ โดยได้ประสานไปยังสภาวัฒนธรรมจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อของบประมาณในการรื้อฟื้นและเผยแพร่ผ้าทอลายนี้ในวงกว้าง โดยได้งบประมาณช่วงปลายปี 2564 พร้อม ๆ กับที่ทางสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย (RILA) ที่ขับเคลื่อนโดยสถาบันอาศรมศิลป์ มีแผนจะจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ท้องถิ่น หลักสูตรการทอผ้าตาสมุกจึงถูกบรรจุอยู่ในโครงการด้วย ซึ่งจิรพันธุ์ได้ออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานการทำเส้นด้ายจากฝ้าย การย้อมด้าย และการถักทอจนเป็นผืนผ้า หลักสูตรนี้จึงไม่เพียงทำให้ผู้เรียนสามารถทอผ้าตาสมุกอย่างเดียว แต่ยังทำให้เขาสามารถประยุกต์ไปทอผ้าลวดลายอื่นๆ ได้อีกด้วย นับแต่ตั้งนั้นเป็นต้นมา ผ้าทอตาสมุกได้รับการประกาศให้เป็นลายผ้าประจำจังหวัดระยอง ที่นับเป็นอัตลักษณ์ผ้าพื้นถิ่นเมืองระยอง ที่มีคุณค่าและมูลค่าแห่งวิถีไทย